Trinity Academy

แหล่งความรู้การลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญ

ถ่ายทอดประสบการณ์จริง ผ่านบทความ คลิป และกิจกรรมสัมมนา

Trinity Academy: 3 ข้อควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นโรงไฟฟ้า


3"ข้อควรรู้ก่อนลงทุน"หุ้นโรงไฟฟ้า"

นักลงทุนอาจจะทราบเกี่ยวกับนโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับค่าไฟกันมาบ้างแล้ว แต่วันนี้บล.ทรีนีตี้จะมาเล่าเกี่ยวกับข้อควรรู้และปัจจัยอื่นๆที่ยังมีผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าอีกด้วย

  1. ประเภทและขนาดของโรงไฟฟ้า
    • ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (Independent Power Producer: IPP)
      กําลังการผลิต>90 เมกะวัตต์กลุ่ม IPP ส่วนใหญ่จะทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
    • ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (Small Power Producer: SPP)
      กําลังผลิต 10 – 90 เมกะวัตต์กลุ่มนี้จะผลิตไฟฟ้าขายให้กฟผ. และขายไฟฟ้าโดยตรงให้กับโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ใกล้เคียง
    • ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก (Very Small Power Producer: VSPP)
      กำลังการผลิต <10 เมกะวัตต์ กลุ่มนี้จะผลิตไฟฟ้าขายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
  2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อหุ้นโรงไฟฟ้า
    • การปรับขึ้น-ลง ของค่า Ft และค่าไฟฟ้า
      ถ้าหากมีการปรับขึ้นค่า Ft จะส่งผลให้ราคาหุ้นโรงไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
    • ต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติ
      เมื่อต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติเริ่มปรับตัวลดลง ก็จะเป็นปัจจัยบวกให้กับหุ้นโรงไฟฟ้า
    • การเดินเครื่องโรงไฟฟ้าใหม่
      หากมีรายได้เพิ่มเข้ามา ก็จะเป็นปัจจัยบวกให้กับหุ้นโรงไฟฟ้า
    • ปัจจัยตามฤดูกาล
      เมื่อถึงฤดูร้อน ก็จะมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น
    • การปรับขึ้น-ลงของ Bond Yield
      หาก Bond Yield เป็นขาขึ้น ต้นทุนของโรงไฟฟ้าก็จะเพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อ Valuation ของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าก็จะปรับลดลง
  3. นโยบายภาครัฐ และธุรกิจเมกะเทรนด์ในอนาคต

ในอนาคต ชีวิตประจำวันของเราจะเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ทั้งพลังงานสะอาด ทั้งยานยนต์ไฟฟ้าที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่นโยบายต่างๆของภาครัฐก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องคอยติดตาม